หากคุณต้องใช้คอมพิวเตอร์ ทำงานหน้าจอ หรืออยู่ในท่าเดิมต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน หลายคนเรียกอาการเหล่านี้ว่า Office Syndrome และมักเริ่มค้นหาวิธีแก้ไขเมื่ออาการปวดเริ่มส่งผลต่อการทำงานและชีวิตประจำวัน อาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ อาจกลายเป็นเรื่องที่คุ้นเคย หลายคนเลือกทานยาแก้ปวด นวด หรือพักเพียงชั่วคราว แล้วกลับไปทำงานตามปกติ โดยไม่ได้สังเกตว่าอาการปวดอาจกำลังสะสมและพัฒนาเป็นปัญหาเรื้อรัง
ความจริงคือ หากไม่ได้แก้ไขที่สาเหตุของอาการปวด ปัญหาเหล่านี้อาจกลับมาเป็นซ้ำ และส่งผลกระทบต่อการทำงาน การนอนหลับ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้
ปวดคอ บ่า ไหล่ เกิดจากอะไร?
อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณของกลุ่มอาการที่เรียกว่า Office Syndrome ซึ่งเกิดจากการใช้ท่าทางเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- นั่งทำงานในท่าเดิมต่อเนื่องโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ
- โต๊ะและเก้าอี้ไม่เหมาะสมกับสัดส่วนร่างกาย
- จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับที่ต่ำหรือสูงเกินไป ทำให้ต้องก้มหรือเงยคอ
- การใช้เมาส์และคีย์บอร์ดต่อเนื่องโดยไม่มีการพักแขน
- ความเครียดสะสมที่ทำให้กล้ามเนื้อคอและบ่าหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว
เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่าต้องทำงานหนักหรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจเกิดความตึงตัวสะสม ส่งผลให้เนื้อเยื่อโดยรอบเกิดการอักเสบและกระตุ้นให้เกิดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ รวมถึงอาการชาหรือปวดร้าวลงแขนในบางราย

ปรับ Ergonomics เริ่มต้นที่โต๊ะทำงานของคุณ
การยศาสตร์ (Ergonomics) คือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบสภาพแวดล้อม อุปกรณ์ และท่าทางการทำงานให้เหมาะสมกับร่างกาย เพื่อลดภาระที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และโครงสร้างร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน
การจัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับสรีระ สามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งต่อไปนี้
ระดับหน้าจอ
- ระดับจอ: ปรับให้ขอบบนของหน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย
- ความสูงเก้าอี้: ข้อศอกควรทำมุมประมาณ 90 องศา เท้าวางราบกับพื้น
- ตำแหน่งแขน: วางแขนและข้อมือขนานกับโต๊ะ ไม่ยกหรือห้อยไหล่
- พนักพิง: ใช้พนักพิงรองรับส่วนโค้งของหลังส่วนล่างเพื่อลดแรงกดทับ
- เปลี่ยนอิริยาบถ: ลุกขึ้นยืดเส้นหรือเดินสั้น ๆ ทุก 30–60 นาที
การปรับสภาพแวดล้อมการทำงานเพียงเล็กน้อยสามารถลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว
Office Syndrome รักษาอย่างไร? วิธีบรรเทาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ โดยไม่ต้องพึ่งยา
หลายคนที่มีอาการ Office Syndrome มักสงสัยว่าอาการเหล่านี้สามารถรักษาอย่างไร และจำเป็นต้องพึ่งยาเพียงอย่างเดียวหรือไม่ ความจริงแล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การจัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม และการดูแลกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ล้วนเป็นแนวทางเบื้องต้นที่ช่วยลดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ และลดโอกาสที่อาการจะสะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้
- การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
การยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่อย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดอาการตึงและเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่ใช้งานหนักเป็นเวลานาน - การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรง
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง สามารถช่วยลดภาระที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างร่างกาย - การประคบร้อนหรือเย็น
เลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะอาการ โดยทั่วไปการประคบเย็นอาจช่วยลดอาการในช่วงที่มีการอักเสบเฉียบพลัน ส่วนการประคบร้อนมักใช้เพื่อช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อที่มีอาการเรื้อรัง - การพักการใช้งานและปรับพฤติกรรม
หลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน รวมถึงลดพฤติกรรมที่ทำให้คอต้องก้มต่อเนื่อง เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม อาการปวดคอ บ่า ไหล่ของแต่ละคนอาจมีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกัน จึงไม่มีวิธีดูแลแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน หากอาการปวดยังคงต่อเนื่องหรือส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางรักษาที่เหมาะสม
เมื่ออาการปวดไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร?
หากคุณปรับสรีระและพฤติกรรมแล้ว แต่อาการ ปวดคอเรื้อรัง ยังคงอยู่หรือเริ่มรบกวนการนอนหลับและชีวิตประจำวัน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีสาเหตุที่ลึกกว่าการใช้งานซ้ำ ๆ งานวิจัยพบว่าในกรณีของอาการปวดข้อเรื้อรัง โดยเฉพาะปวดไหล่และบ่า อาจเกี่ยวข้องกับการเกิด “หลอดเลือดผิดปกติ” ในบริเวณที่ปวด ซึ่งก่อให้เกิดการส่งสัญญาณปวดผ่านเส้นประสาทที่เติบโตร่วมกับหลอดเลือดเหล่านั้น การรักษาด้วยยาแก้ปวดหรือการประคบอาจบรรเทาได้เพียงชั่วคราว เนื่องจากไม่ได้กำจัดสาเหตุโดยตรง

Okuno Clinic กับแนวทาง TAME Technique
สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป Okuno Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านการรักษาอาการปวดจากประเทศญี่ปุ่น มีแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยหนึ่งในการรักษาที่โดดเด่นที่สุดของ Okuno Clinic คือการอุดหลอดเลือดด้วยสายสวนขนาดเล็ก (TAME) ซึ่งใช้ท่อบางที่เรียกว่าสายสวนสอดเข้าไปในหลอดเลือดเพื่อเข้าถึงบริเวณที่ได้รับผลกระทบและกำจัดหลอดเลือดที่มีปัญหา โดยสายสวนมีขนาดเพียง 0.6 มม. และผู้รับการรักษาสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
จุดเด่นของ TAME Technique คือการมุ่งรักษาที่ต้นเหตุของความปวด ไม่ใช่แค่การบรรเทาอาการ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรังมาเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยสายสวน แพทย์จะประเมินและวางแผนการรักษาตามสาเหตุของอาการในแต่ละบุคคล
หากอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ ยังคงกลับมาเป็นซ้ำ แม้ปรับท่านั่ง ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือทำกายภาพบำบัดแล้ว BluMed พร้อมช่วยประสานการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจาก Okuno Clinic ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประเมินว่า TAME Technique เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับอาการของคุณหรือไม่
คุณสามารถเริ่มต้นปรึกษาแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นทันที พร้อมล่ามภาษาไทยจาก BluMed ที่ช่วยดูแลการสื่อสารตลอดขั้นตอน และหากแพทย์ประเมินว่าการรักษาที่ญี่ปุ่นเหมาะสม ทีมงาน BluMed พร้อมดูแลเรื่องการนัดหมายและการประสานงานต่าง ๆ เพื่อให้กระบวนการรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น

ติดต่อเราได้ที่
โทรศัพท์: 02-661-7686
เว็บไซต์: https://blumedth.com
LINE Official: @blumed



